เคยสงสัยมั้ยคับว่าการได้คิดกับการคิดได้มันต่างกันอย่างไร แล้วมันเกี่ยวกับกับการดูหนังยังไงเนี่ย ?
ผมต้องขอเล่าย้อนความก่อนว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผมได้ไปดูหนังกับเพื่อนสุดที่ Love ของผมที่โรงภาพยนตร์ หนังเรื่องนั้นชื่อว่า White Valentine เป็นหนังเกาหลี ซึ่งเป็นเรื่องที่ยัยตัวร้าย จอน จี ฮุน แสดงเป็นเรื่องแรกในชีวิต ในตอนจบของหนังนั้นมันมีสัญญาลักษณ์ทิ้งไว้ให้คนดูได้คิดต่อไปได้นิดหน่อย พอออกจากโรงผมก็คุยกับเพื่อน ปรากฏว่ามันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ คือการดำเนินเรื่องค่อนข้างอืดๆ น่ะ ส่วนผมก็บอกกลับไปว่าชอบนะ แล้วก็บอกว่าตอนจบมันมีอะไรให้คิดดี เพื่อนมันก็เลยบอกกลับว่า ผมมันเพ้อเจ้อ ผู้กำกับเขาอาจไม่ได้ต้องการสื่อแบบที่นายคิดก็ได้ ผมฟังปุ๊บก็คิดในใจว่า อ้าว... นี่มันเป็นสิทธิ์ของผมที่จะตีความไม่ใช่หรือ แต่ก่อนที่ผมจะพูดตอบไป เพื่อนมันชิงพูดก่อนว่า รู้สึกว่าตัวเองฉลาดใช่มั้ยล่ะที่คิดได้ (มันพูดเล่นนะคับ ไม่จิงจัง แต่ผมฟังแล้วก็อยากเอากำปั่นน้อยๆ ของผม ไปประทับบนแก้มของมันเหลือเกิน) ผมเลยพูดตอบไปว่า ไม่ใช่ซะหน่อย เป็นความสุขจากการได้คิดต่างหากล่ะ.... พอเพื่อนมันฟังจบก็นิ่งไปสักพัก แล้วก็พยักหน้า (แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจหรือป่าว)
คือว่าอย่างนี้คับ ผมเชื่อว่าความสุขอย่างหนึ่งของคนที่ชอบดูหนังก็คือ การได้ตีความและได้คิด (ไม่ใช่คิดได้) คิดบางอย่างต่อยอดจากที่หนังได้บอกไว้ บางทีเราก็ไปคาดเดาเอาเองว่าหนังเรื่องนี้มันต้องการจะบอกอะไรกับเรา (อย่างเช่นเรื่อง สัตว์ประหลาด, Café Lumiere) หรือบางทีเราก็เดาเอาเองว่าตัวละครจะเป็นอย่างไรต่อไป (อย่างเช่น Las Life in Universe, Before Sunrise+Sunset) ซึ่งบางทีเราทีเราอาจจะเดาผิดก็ได้ แต่มันก็เป็นความสุขของเราไม่ใช่หรือ และมันก็ไม่ใช่การคิดได้ด้วย เพราะการคิดได้นั้นผมเข้าใจว่ามันคล้ายๆ กับการตีโจทย์ให้แตก ดังนั้นคำตอบจะมีเพียงแค่ถูกกับผิดเท่านั้น แต่การได้คิดมันเป็นเพียงแค่การเดาเท่านั้น จะเป็นอย่างไรก็ได้ เพราะไม่มีถูกไม่มีผิด และไม่ได้ฉลาดหรือว่าโง่ด้วย...
ดังนั้นสำหรับคนที่ชอบพูดว่า จะตีความไปทำไมให้เครียดเปล่าๆ หรือ ชีวิตประจำวันก็มีปัญหาพอแล้ว ดูหนังเอาสนุกก็พอ ผมคิดว่าเขาเหล่านั้นอาจจะดูหนังแบบต้องคิด(ให้)ได้ ซึ่งจากประสบการณ์ของผมมันเป็นการดูหนังที่ผิดวิธีนะคับ ลองหันมาเปลี่ยนเป็นแบบได้คิดดูนะคับ มันจะทำให้มีความสุขกับการดูหนังมากยิ่งขึ้น
edit @ 2005/07/14 16:31:14
บางวันถ้าอยากคิดจริง ๆ ก้นั่งตีความเล่นจนปวดหัวไปเลย อย่างเรื่องหมานครเป็นต้น -*- ใครไม่คิดตรูคิดเฟ้ย
ลอกเล่นเล่นนะห้ามโกรธ