2005/Jul/14

เคยสงสัยมั้ยคับว่าการได้คิดกับการคิดได้มันต่างกันอย่างไร แล้วมันเกี่ยวกับกับการดูหนังยังไงเนี่ย ?

ผมต้องขอเล่าย้อนความก่อนว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผมได้ไปดูหนังกับเพื่อนสุดที่ Love ของผมที่โรงภาพยนตร์ หนังเรื่องนั้นชื่อว่า White Valentine เป็นหนังเกาหลี ซึ่งเป็นเรื่องที่ยัยตัวร้าย จอน จี ฮุน แสดงเป็นเรื่องแรกในชีวิต ในตอนจบของหนังนั้นมันมีสัญญาลักษณ์ทิ้งไว้ให้คนดูได้คิดต่อไปได้นิดหน่อย พอออกจากโรงผมก็คุยกับเพื่อน ปรากฏว่ามันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ คือการดำเนินเรื่องค่อนข้างอืดๆ น่ะ ส่วนผมก็บอกกลับไปว่าชอบนะ แล้วก็บอกว่าตอนจบมันมีอะไรให้คิดดี เพื่อนมันก็เลยบอกกลับว่า ผมมันเพ้อเจ้อ ผู้กำกับเขาอาจไม่ได้ต้องการสื่อแบบที่นายคิดก็ได้ ผมฟังปุ๊บก็คิดในใจว่า อ้าว... นี่มันเป็นสิทธิ์ของผมที่จะตีความไม่ใช่หรือ แต่ก่อนที่ผมจะพูดตอบไป เพื่อนมันชิงพูดก่อนว่า รู้สึกว่าตัวเองฉลาดใช่มั้ยล่ะที่คิดได้ (มันพูดเล่นนะคับ ไม่จิงจัง แต่ผมฟังแล้วก็อยากเอากำปั่นน้อยๆ ของผม ไปประทับบนแก้มของมันเหลือเกิน) ผมเลยพูดตอบไปว่า ไม่ใช่ซะหน่อย เป็นความสุขจากการได้คิดต่างหากล่ะ.... พอเพื่อนมันฟังจบก็นิ่งไปสักพัก แล้วก็พยักหน้า (แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจหรือป่าว)

คือว่าอย่างนี้คับ ผมเชื่อว่าความสุขอย่างหนึ่งของคนที่ชอบดูหนังก็คือ การได้ตีความและได้คิด (ไม่ใช่คิดได้) คิดบางอย่างต่อยอดจากที่หนังได้บอกไว้ บางทีเราก็ไปคาดเดาเอาเองว่าหนังเรื่องนี้มันต้องการจะบอกอะไรกับเรา (อย่างเช่นเรื่อง สัตว์ประหลาด, Café Lumiere) หรือบางทีเราก็เดาเอาเองว่าตัวละครจะเป็นอย่างไรต่อไป (อย่างเช่น Las Life in Universe, Before Sunrise+Sunset) ซึ่งบางทีเราทีเราอาจจะเดาผิดก็ได้ แต่มันก็เป็นความสุขของเราไม่ใช่หรือ และมันก็ไม่ใช่การคิดได้ด้วย เพราะการคิดได้นั้นผมเข้าใจว่ามันคล้ายๆ กับการตีโจทย์ให้แตก ดังนั้นคำตอบจะมีเพียงแค่ถูกกับผิดเท่านั้น แต่การได้คิดมันเป็นเพียงแค่การเดาเท่านั้น จะเป็นอย่างไรก็ได้ เพราะไม่มีถูกไม่มีผิด และไม่ได้ฉลาดหรือว่าโง่ด้วย...

ดังนั้นสำหรับคนที่ชอบพูดว่า จะตีความไปทำไมให้เครียดเปล่าๆ หรือ ชีวิตประจำวันก็มีปัญหาพอแล้ว ดูหนังเอาสนุกก็พอ ผมคิดว่าเขาเหล่านั้นอาจจะดูหนังแบบต้องคิด(ให้)ได้ ซึ่งจากประสบการณ์ของผมมันเป็นการดูหนังที่ผิดวิธีนะคับ ลองหันมาเปลี่ยนเป็นแบบได้คิดดูนะคับ มันจะทำให้มีความสุขกับการดูหนังมากยิ่งขึ้น



edit @ 2005/07/14 16:31:14

Comment

Comment:

Tweet


รักเขามากที่สุดในโลกลอกเล่นเล่นนะห้ามโกรธ
#5 by (118.173.51.165) At 2009-06-29 09:30,
โดนว่าประจำเหมือนกันค่ะ

เพราะแฟนเค้าชอบดูแบบไม่คิดอะไร

พอเราถามความเห็นอะไรบ้าง

เค้าบอก ดูจบแล้วก็จบ คิดทำไม

อย่ามาถามเค้าเลย เฮ้อ..
#4 by Mystify At 2007-04-28 15:59,
แต่ละคนมีมุมมองความคิดที่ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

ถ้าดูหนังจบแล้วเราสามารถเอาจุดที่สงสัยมาคิดต่อ ผมถือว่าเรื่องนั้นประสบความสำเร็จในระดับนึง ที่ทำให้เราคิดต่อได้

ปล. อย่างน้อยๆ เมื่อดูหนังจบ เราก็สามารถบอกได้ว่า คุ้มกะค่าตั๋วที่จ่ายไปรึเปล่า (เกี่ยวกันป่ะเนี่ย อิอิ)
#3 by Bighead At 2005-07-18 01:53,
คนเรามีความชอบ หรือลักษณะนิสัยในการดูไม่เหมือนกันครับ

แต่คนไทยส่วนใหญ่มักจะชอบดูหนังแบบที่ไม่ต้องคิดมาก(พูดง่าย ๆ ก็พวกหนังตลก)

ส่วนตัวของผมก็แล้วแต่อารมณ์ช่วงนั้นถ้าแค่อยากจะดูหนังแก้เครียด ก็จะดูเรื่อย ๆ พยายามไม่คิดอะไรมากกับเนื้อเรื่อง(ถึงแม้บางทีเนื้อเรื่องอ่อนปวกเปียกก็จะพยายามทำเป็นมองไม่เห็น) บางวันถ้าอยากคิดจริง ๆ ก้นั่งตีความเล่นจนปวดหัวไปเลย อย่างเรื่องหมานครเป็นต้น -*- ใครไม่คิดตรูคิดเฟ้ย
#2 by น้องหมีสุดฮิต At 2005-07-14 16:39,
ผมก็คนหนึ่งหละที่ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง ดูละคร ดูอนิเม ผมก็จะพยายามคิดวิเคราะห์ว่าสิ่งที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อสารให้คนดูคืออะไร ถึงแม้ว่าหนังบางเรื่องจะมีแต่คนว่ามันห่วย เนื่อเรื่องแย่ ดำเนินเรื่องไม่ดี หรือสู้นิยายไม่ได้ แต่ผมก็หาข้อคิดในหนังออกมา เพราะมันเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเราได้ไปดูหนังมา และรับรู้เรื่องราวมาแล้ว ไม่ใช่ว่าแค่ได้ดู แต่ต้องเรียกว่ารับรู้จะดีกว่า
#1 by tamanxzg At 2005-07-14 15:45,