คือว่าวันนี้ผมได้ไปคุยกับพี่ๆ ทีมงาน Bioscope Magazine มาน่ะคับ ต้องขอเล่าย้อนความก่อนว่า ทาง Bioscope Magazine กำลังจะทำวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนไทย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเข้าไปชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์น้อยลงทุกทีๆ แน่นอนแหล่ะคับ มันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย แต่ข้อมูลที่ผมเพิ่งรับทราบมาใหม่ก็คือ มันก็เป็นปัญหาใหญ่ของวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกเช่นกัน เพราะทั้ง Hollywood เกาหลี ญี่ปุ่น หรือฮ่องกง ก็ประสบปัญหาคนเข้าโรงภาพยนตร์น้อยลงทั้งนั้น แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันหล่ะเนี่ย อยู่ดีๆ คนทั้งโลกก็พากันไม่ไปดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ซะงั้น ตอนนี้มีหลายประเทศเริ่มตื่นตัวกับปัญหานี้ โดยเฉพาะ.ในอเมริกา ซึ่งมีการรายงานข่าวว่า รายได้ Box Office ของช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาในปีนี้ น้อยกว่าของปีที่แล้วในช่วงเดียวกันเป็นอย่างมาก...
จากสาเหตุที่เล่ามานั้น ทาง Bioscope จึงอยากจะทำวิจัยเพื่อค้นหาว่าที่แท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น (เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น) ผมเองก็ได้เป็นอาสาสมัครช่วยทำวิจัยครั้งนี้ด้วย แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกคับ เพราะผมไม่มีความรู้ทางด้านการวิจัยเลย และความรู้เรื่องวงการภาพยนตร์นั้นก็น้อยนิด หลังจากที่ได้พูดคุยกับพี่ๆ แล้ว ผมก็กลับมาสรุปเองว่า ต้นตอของปัญหาดังกล่าวเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน และแต่สาเหตุนั้นก็สัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เราสามารถแบ่งที่มาของสาเหตุได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ กลุ่มผู้ชมภาพยนตร์ และกลุ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ซึ่งประกอบไปด้วย โรงภาพยนตร์ และค่ายภาพยนตร์

ต้นตอปัญหาหลักนั้นมันเริ่มมาจากโรงภาพยนตร์ก่อน อย่างที่รู้ๆ กันดีว่า โรงภาพยนตร์นั้นไม่ค่อยต้อนรับภาพยนตร์ไทยเท่าไรนัก เพราะภาพยนตร์ไทยมักทำเงินน้อย ก็เลยจัดรอบฉายให้อยู่เช้ามากๆ หรือไม่ก็ดึกมากๆ แต่ความจริงก็น่าเห็นใจโรงภาพยนตร์อยู่เหมือนกัน เพราะเขาก็ลงทุนไปมหาศาล อย่างโรงๆ หนึ่ง จุคนได้ 300 คน ถ้าฉายภาพยนตร์จาก Hollywood คนดูก็จะแน่นเต็มโรง แต่ถ้าฉายภาพยนตร์ไทย คนดูก็แค่ 10 20 คน ซึ่งมันไม่คุ้มกันเลย ดังนั้นเราจึงพบเหตุการณ์ที่ว่า บางทีเราไปโรงภาพยนตร์แล้วไม่มีภาพยนตร์ให้ดู เพราะมันเข้าเหมือนกันหมด อย่างตอนที่ Star War เข้าเนี่ย กว่าผมจะหาเรื่องอื่นดูได้แถบพลิกแผ่นดิน แต่ใช่ว่าโรงภาพยนตร์จะน่าเห็นใจเสียอย่างเดียว เพราะการที่โรงภาพยนตร์ลงทุนสร้างให้อลังการมากๆ จุคนได้ทีละ 200- 300 คนนั้นมันจำเป็นด้วยหรือ ถ้ากลับไปสร้างโรงละ 30 50 คน จะตายมั้ย ที่เขาสร้างโรงใหญ่ๆ ก็เพื่อหวังกำไรเยอะๆ ภาพยนตร์เรื่องไหนที่เขาไม่คิดว่าจะคุ้มกับที่ลงทุนไปมหาศาลนั้น ก็จะไม่ฉาย แบบนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการกีดกันภาพยนตร์ฟอร์มเล็กๆ ไปโดยปริยาย ซึ่งมันทำให้ทางเลือกของผู้ชมภาพยนตร์ลดลงไปด้วย
ในตอนหน้า ผมจะมาอธิบายว่า ถ้าถูกโรงภาพยนตร์กีดกันเช่นนี้แล้ว ทางค่ายภาพยนตร์ภาพยนตร์จะมีวิธีการรับเมื่ออย่างไร และมันส่งกระทบอย่างไรกับผู้ชมภาพยนตร์... อย่าลืมติดตามกันนะคับ
edit @ 2005/07/10 01:48:40